คู่มืออยู่ภูเก็ตระยะยาว ฉบับ Digital Nomad 2026

A digital nomad working by the beach

Key Highlights

  • ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่การท่องเที่ยว แต่เป็นจุดหมายของชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง คอมมูนิตี้คนทำงานที่หลากหลาย และค่าครองชีพที่ไม่สูงจนเกินไปนัก
  • สำหรับคนไทย สามารถเดินทางมาพักอาศัยและทำงานได้ทันที แต่หากมีเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติ ขอแนะนำให้รู้จักวีซ่าพำนักระยะยาว Destination Thailand Visa (DTV) ที่ให้วีซ่าอายุ 5 ปี และพำนักในไทยได้สูงสุด 180 วันต่อครั้ง (ต่ออายุได้)
  • คุณสมบัติของชาวต่างชาติที่จะขอ DTV คือ อายุ 20 ปีขึ้นไป ทำงานกับบริษัทนอกประเทศไทย มีหลักฐานรายได้ และมีเงินฝาก 500,000 บาท ย้อนหลัง 3 เดือน
  • การขอวีซ่า DTV สำหรับชาวต่างชาติ ต้องยื่นเรื่องจากนอกราชอาณาจักร ผ่านสถานทูตไทย หรือระบบ e-Visa
  • ผู้ติดตามชาวต่างชาติ (คู่สมรส และบุตรอายุต่ำกว่า 20 ปี) สามารถยื่นขอวีซ่าพ่วงกับผู้ถือ DTV หลักได้
  • อีกหนึ่งทางเลือกคือ LTR Visa (Long-Term Resident Visa) สำหรับชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง ซึ่งจะให้วีซ่ายาว 10 ปีพร้อมใบอนุญาตทำงาน
  • Co-working Space ในภูเก็ตที่น่าสนใจ มีทั้ง Place Coworking (ฉลอง), Grind Time Coworking Space & Cafe (ฉลอง/ราไวย์), Let’s Work (ราไวย์), Denz Coworking Cafe (กะทู้/ป่าตอง) และ Regus
  • พิกัดพักผ่อนพร้อมทำงาน: เครือโรงแรม ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มีทำเลใจกลางเมืองและในย่านป่าตอง ตอบโจทย์คนทำงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสำหรับการทำงาน ราคาที่เหมาะสม

ปัจจุบันรูปแบบการทำงานแบบ Work from Anywhere ได้รับความนิยมมากขึ้น และภูเก็ตคือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ ด้วยเหตุนี้ ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายของเหล่า Digital Nomad ที่อยากมาอยู่ภูเก็ตระยะยาว บทความนี้จึงรวบรวมคู่มือย้ายมาทำงานที่ภูเก็ต พร้อมอัปเดตข้อมูลวีซ่าล่าสุด (DTV) สำหรับนำไปแบ่งปันให้เพื่อนชาวต่างชาติได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง

และหากกำลังมองหาจุดเริ่มต้นที่ลงตัว ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ก็พร้อมมอบความสะดวกสบายที่ผสมผสานการพักผ่อนและการทำงาน ในทำเลที่เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย

ทำไมภูเก็ตถึงได้รับความนิยมในกลุ่ม Digital Nomad ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ?

หลายคนตั้งคำถามว่า หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เหมาะกับ Digital Nomad ไหม ? คำตอบคือ “เหมาะมาก” เพราะภูเก็ตมีบรรยากาศให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ประกอบกับสภาพอากาศแบบเขตร้อนที่อบอุ่นแจ่มใสตลอดทั้งปี และความสวยงามของชายหาดระดับโลกที่รายล้อมอยู่ทั่วเกาะ คุณสามารถเลือกทำเลอยู่อาศัยได้ตามความชอบ หากชอบความคึกคักและสิ่งอำนวยความสะดวก ป่าตองคือคำตอบที่ใช่ แต่หากชอบความสงบขอแนะนำเป็นโซนฉลองหรือราไวย์จะดีกว่า แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ที่ภูเก็ตมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เสถียรและครอบคลุม รวมถึงมีคาเฟ่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงาน การเลือกมาอยู่ภูเก็ตระยะยาว จึงเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการพักผ่อน (Work-Life Balance) ได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนคำถามที่ว่า ค่าครองชีพของ Digital Nomad ในภูเก็ตปี 2026 อยู่ที่ประมาณเท่าไร ? คำตอบนี้ค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพราะที่ภูเก็ตมีตั้งแต่อาหารท้องถิ่นราคาประหยัดไปจนถึงร้านอาหารระดับพรีเมียม ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพชีวิตที่ได้รับ ถือว่าคุ้มค่ามาก และนี่คือเหตุผลที่ชาวต่างชาติเลือกภูเก็ตเป็นที่พักสำหรับคนทำงานทางไกล โดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพที่ถือว่าต่ำกว่าเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองในโลกอีกด้วย

วีซ่าสำหรับ Digital Nomad สำหรับชาวต่างชาติ

หากใครมีเพื่อนหรือคนรักชาวต่างชาติที่ต้องการย้ายมาทำงานด้วยกัน สามารถแนะนำให้พวกเขารู้จักกับวีซ่าประเภท Destination Thailand Visa (DTV) ซึ่งเป็นวีซ่าพำนักระยะยาวที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานทางไกลโดยเฉพาะ ช่วยลดความยุ่งยากในการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อทำ Visa Run

ผู้สมัครจะต้องแสดงหลักฐานรายได้จากการทำงานทางไกลหรือสัญญาจ้างจากบริษัทในต่างประเทศ พร้อมหลักฐานทางการเงิน เช่น บัญชีธนาคารที่มียอดเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท ย้อนหลัง 3 เดือน

เกณฑ์เพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และตรงตามเงื่อนไขเฉพาะ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง เช่น การเข้ามาทำงานทางไกล (Workcation) หรือเข้าร่วมกิจกรรม Soft Power ของไทย อย่างการเรียนมวยไทยหรือคอร์สทำอาหารไทย โดยวีซ่า DTV อนุญาตให้พำนักในไทยได้สูงสุด 180 วันต่อการเข้าประเทศ 1 ครั้ง และมีสิทธิ์ขอต่ออายุได้อีก 180 วัน โดยเป็นวีซ่าพำนักระยะยาวแบบเดินทางเข้าออกได้อิสระ (Multiple-Entry) มีอายุยาวถึง 5 ปี

วิธียื่นขอวีซ่าพำนักระยะยาว (DTV) สำหรับชาวต่างชาติ

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติ

ก่อนอื่นจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติขั้นพื้นฐานก่อน

  • มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • ทำงานทางไกลให้กับบริษัทที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย เป็นฟรีแลนซ์ที่มีลูกค้าอยู่ต่างประเทศ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจในต่างประเทศ
  • สามารถแสดงหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอสำหรับการพำนักอาศัย
  • มีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมเอกสาร

ผู้สมัครจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญสำหรับการยื่นขอวีซ่า ซึ่งโดยหลักแล้วจะประกอบด้วย

  • หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • รูปถ่ายหน้าตรงขนาดมาตรฐานสำหรับทำวีซ่า (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  • เอกสารยืนยันที่อยู่หรือถิ่นพำนักในปัจจุบัน เช่น ใบอนุญาตขับขี่
  • รายการเดินบัญชี (Bank Statement) ที่แสดงยอดเงินคงเหลือไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ประมาณ 15,000 USD) ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน
  • หลักฐานการทำงานทางไกล เช่น สัญญาจ้างงาน, แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) สำหรับสายฟรีแลนซ์ หรือเอกสารจดทะเบียนบริษัทในกรณีที่เป็นเจ้าของธุรกิจ
  • อาจมีการเรียกขอเอกสารกรมธรรม์ประกันสุขภาพ และหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม

ข้อแนะนำ: ควรตรวจสอบรายละเอียดกับสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่จะดำเนินการยื่นเรื่องอีกครั้ง เนื่องจากข้อกำหนดด้านเอกสารอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละพื้นที่

ขั้นตอนที่ 3 : ยื่นใบสมัคร

  • การยื่นขอวีซ่า DTV จะต้องดำเนินการจากนอกประเทศไทยเท่านั้น ไม่สามารถยื่นขอจากภายในประเทศได้
  • ยื่นเรื่องผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศที่พำนักอยู่ ซึ่งปัจจุบันสถานทูตหลายแห่งรองรับระบบการยื่นใบสมัครออนไลน์ (e-Visa) เพื่อความสะดวกแล้ว
  • ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า (ประมาณ 9,000 – 37,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ)
  • รอผลการอนุมัติ ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์

ขั้นตอนที่ 4 : อนุมัติและเดินทางเข้าประเทศไทย

  • เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย จะได้รับการประทับตราอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 180 วัน
  • สามารถยื่นขอต่ออายุการพำนักเพิ่มได้อีก 180 วัน ภายในระยะเวลา 5 ปี
  • ผู้ถือวีซ่า DTV จะต้องเดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้ามาใหม่ หากต้องการพำนักต่อภายในช่วงอายุวีซ่า 5 ปี
  • ต้องลงทะเบียนแจ้งที่พักอาศัยในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎการรายงานตัวทุก 90 วันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

สำหรับผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึงคู่สมรสหรือบุตรที่อายุต่ำกว่า 20 ปี โดยทั่วไปจะต้องยื่นขอวีซ่าแยกต่างหาก แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ขั้นตอนการเตรียมและยื่นเอกสารเป็นไปอย่างราบรื่น

วีซ่าทางเลือกอื่น ๆ สำหรับกลุ่ม Digital Nomads ที่ต้องการพักในภูเก็ต ประเทศไทย

แม้ว่าวีซ่า DTV จะตอบโจทย์กลุ่มคน Digital Nomads ที่ต้องการพักในภูเก็ต แต่สำหรับผู้ที่มีเกณฑ์รายได้อยู่ในระดับสูงก็ยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ

วีซ่า LTR (Long-Term Resident Visa)

วีซ่า LTR หมวด Work-From-Thailand Professional สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ คนทำงานทางไกล และผู้ที่มีรายได้สูงซึ่งทำงานให้กับบริษัทในต่างประเทศ โดยอนุญาตให้พำนักในประเทศไทยได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี พร้อมทั้งให้สิทธิ์ในการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ควบคู่ไปด้วย

สำหรับเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ผู้สมัครจะต้องมีรายได้จากต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 40,000 – 80,000 USD ต่อปี (ประมาณ 1,400,000 – 2,800,000 บาท*) ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองขั้นต่ำ 50,000 USD (ประมาณ 1,750,000 บาท*) หรือมีหลักฐานแสดงเงินออมไม่ต่ำกว่า 100,000 USD (ประมาณ 3,500,000 บาท*) นอกจากนี้ กลุ่มคนทำงานทางไกลจะต้องเป็นพนักงานของบริษัทต่างชาติ หรือมีรายได้จากการรับงานฟรีแลนซ์จากต่างประเทศเท่านั้น

แจกพิกัด Co-working Space ในภูเก็ตที่น่าใช้บริการ

เปลี่ยนบรรยากาศจากห้องพัก มานั่งทำงานในพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานโดยเฉพาะ กับ Co-working Space ในภูเก็ต ที่เพียบพร้อมทั้งอุปกรณ์สำหรับการทำงานและบรรยากาศ

  • Place Coworking : Co-working Space ดีไซน์ทันสมัยในย่านฉลอง มีพื้นที่ทำงานให้เลือกใช้งานถึง 5 ชั้น ครอบคลุมตั้งแต่โต๊ะทำงานแบบส่วนตัว พื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึงห้องประชุม โดยมีแพ็กเกจให้เลือกอย่างยืดหยุ่น ทั้งแบบรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
  • Grind Time Coworking Space & Cafe : มีสาขาให้บริการทั้งในโซนฉลองและราไวย์ ภายในมีทั้งพื้นที่แบบ Hot Desk โต๊ะทำงานประจำ ห้องประชุม และตู้โทรศัพท์สำหรับคุยงานส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีมุมพักผ่อนที่ออกแบบมาให้รู้สึกผ่อนคลายและเหมาะสำหรับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่
  • Let’s Work : Co-working Space ทำเลดีบนถนนเลียบหาดราไวย์ ตกแต่งภายในอย่างอบอุ่นน่านั่ง จุดเด่นคือมีการจัดอีเวนต์ทั้งด้านธุรกิจและงานพบปะสังสรรค์อยู่เป็นประจำ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่ม Digital Nomad เจ้าของธุรกิจ และผู้ประกอบการได้อย่างลงตัว
  • Denz Coworking Cafe : พิกัดสถานที่ทำงานในบรรยากาศผ่อนคลายที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างกะทู้และป่าตอง มีมุมทำงานที่เงียบสงบ พร้อมเสิร์ฟอาหารอร่อย ๆ และไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือวิวของอ่าวป่าตองที่สวยงามสะกดตา
  • Regus : ผู้ให้บริการ Co-working Space ที่มีหลายสาขาทั่วภูเก็ต โดดเด่นด้วยบริการออฟฟิศสำเร็จรูป และออฟฟิศเสมือนจริง (Virtual Office) ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความเหมาะสม พร้อมเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น ทั้งแบบใช้งานตามจริง (On-demand) และแบบสมาชิก
Co-working Space ในภูเก็ตมีให้เลือกหลากหลายที่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เจาะลึก ค่าครองชีพภูเก็ต สำหรับ Digital Nomad

มาดูกันว่าการย้ายมาอยู่ภูเก็ต จะต้องเตรียมงบประมาณเอาไว้เท่าไรถึงจะเพียงพอ

เน้นความคุ้มค่าและเรียบง่าย (ประมาณ 35,000 – 50,000 บาท/เดือน)

  • เช่าสตูดิโออะพาร์ตเมนต์โซนในเมือง (Phuket Town) หรือทำเลที่ไม่ติดทะเล
  • เลือกรับประทานอาหารท้องถิ่นและสตรีตฟู้ด
  • เช่ารถจักรยานยนต์รายเดือน
  • ใช้บริการ Co-working Space แบบรายวันในบางเวลา

เน้นความสะดวกสบายระดับกลาง (ประมาณ 60,000 – 85,000 บาท/เดือน)

  • เช่าคอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน ทำเลดี เดินทางสะดวก
  • สลับรับประทานอาหารท้องถิ่นกับร้านอาหารหรือคาเฟ่บรรยากาศดี
  • เช่าพื้นที่ทำงานแบบประจำรายเดือน
  • ใช้แอปพลิเคชันเรียกรถหรือมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

ระดับพรีเมียม (ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป/เดือน)

  • คอนโดมิเนียมหรูวิวทะเล หรือพูลวิลล่าส่วนตัว
  • รับประทานอาหารที่ร้านอาหารนานาชาติระดับพรีเมียม
  • เช่ารถยนต์ส่วนตัวขับ
  • สมัครสมาชิกฟิตเนสชั้นนำ หรือเข้าร่วมคลาสดูแลสุขภาพ

ไม่ว่าจะเลือกใช้ชีวิตสไตล์ไหน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอย่างค่าน้ำ ค่าไฟ ซิมการ์ดพร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และประกันสุขภาพพื้นฐาน มักจะบวกเพิ่มไม่เกิน 150 USD ต่อเดือน (ประมาณ 5,000 – 5,500 บาท)* เท่านั้น เมื่อนำไปเทียบกับเมืองใหญ่ระดับโลกอย่างลอนดอน นิวยอร์ก หรือซิดนีย์ ภูเก็ตสามารถมอบคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งนี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ภูเก็ตยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนทำงานทางไกลจากทั่วโลกให้เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง

พักที่ ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อยู่สบาย เดินทางสะดวก

หากกำลังเริ่มต้นชีวิต Digital Nomad ในภูเก็ต ที่พักในเครือ ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบ มีทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะหลงใหลในเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของเมืองเก่า หรือชอบความมีชีวิตชีวาของทำเลโรงแรมป่าตอง ก็มีที่พักที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ทุกทำเลยังเดินทางไปยัง Co-working Space คาเฟ่ และจุดสำคัญต่าง ๆ ของเกาะได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ใช้เวลาทุกนาทีได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

สำหรับ Digital Nomad ที่ต้องการมากกว่าแค่โต๊ะทำงานในห้องพัก มีโรงแรม 3 แห่งในเครือ ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ที่มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องประชุมแบบครบวงจร ได้แก่ โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง (Deevana Plaza Phuket Patong), โรงแรมรามาดา บาย วินด์แฮม ภูเก็ต ดีวาน่า (Ramada by Wyndham Phuket Deevana Patong) และ โรงแรมดีวาน่า ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์สปา (Deevana Patong Resort & Spa) ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มีบริการ Wi-Fi ฟรี สามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และบริการช่วยเหลือจากแผนกต้อนรับ

เมื่อพูดถึงการบริหารค่าครองชีพภูเก็ต สำหรับ Digital Nomad เงินทุกบาทล้วนมีความหมาย สมัครสมาชิก DHR Preferred Guest วันนี้ เพื่อปลดล็อกสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าห้องพักสูงสุด 25% สิทธิ์การจัดสรรห้องพักก่อนใคร เลื่อนเวลาเช็กเอาต์ได้จนถึง 16.00 น. ยกเลิกการจองฟรีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 วัน ส่วนลด 30% ที่ Orientala Spa และส่วนลด 20% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม และบริการซักรีด สมัครสมาชิกฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับโค้ดส่วนลดพิเศษที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีตั้งแต่การจองครั้งแรกของคุณ

ลองออกไปสำรวจดูว่าทำเลไหนในภูเก็ตที่เหมาะกับสไตล์ของคุณมากที่สุด และให้ ดีวาน่า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เป็นบ้านหลังใหม่ที่คอยดูแลคุณในช่วงเวลาที่แสนวิเศษ

หมายเหตุ

  • คิดที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 USD = 35 บาท ควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Destination Thailand Visa (DTV). สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 จาก https://thaiconsulatela.thaiembassy.org/en/publicservice/dtv-visa
  2. Destination Thailand Visa (DTV) The Digital Nomad Visa. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 https://dtv.in.th/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ชีวิต Digital Nomad ที่ภูเก็ต (FAQs)

Q: ชาวต่างชาติสามารถอยู่ภูเก็ตต่อเนื่อง 5 ปีด้วยวีซ่า DTV ได้เลยหรือไม่ ?

A: วีซ่ามีอายุ 5 ปีก็จริง แต่การเดินทางเข้าประเทศไทยแต่ละครั้งจะอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 180 วัน โดยสามารถขอต่ออายุได้อีก 1 ครั้ง (เพิ่มอีก 180 วัน) เพื่อให้พำนักได้สูงสุด 360 วันต่อการเข้าประเทศ 1 ครั้ง หลังจากนั้นจะต้องเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาใหม่

Q: คู่สมรสหรือบุตรของชาวต่างชาติ สามารถขอวีซ่าพ่วงกับ DTV ได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำได้ คู่สมรส และบุตรที่อายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถยื่นขอวีซ่าในฐานะผู้ติดตามของผู้ถือวีซ่าหลักได้ แต่จะต้องเตรียมเอกสารและมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของตนเองแยกต่างหาก

Q: สามารถทำงานให้บริษัทในไทยหรือขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ด้วยวีซ่า DTV ได้หรือไม่ ?

A: ไม่ได้ วีซ่า DTV ออกแบบมาสำหรับการทำงานทางไกลให้กับนายจ้างในต่างประเทศ หรือผู้ที่มีรายได้จากการรับงานฟรีแลนซ์จากต่างประเทศเท่านั้น หากต้องการทำงานให้บริษัทที่ตั้งอยู่ในไทยหรือจ้างงานในพื้นที่ จะต้องขอวีซ่าประเภทอื่นพร้อมใบอนุญาตทำงานให้ถูกต้อง

Q: หากมีรายได้จากต่างประเทศ จะต้องเสียภาษีในประเทศไทยภายใต้วีซ่า DTV หรือไม่ ?

A: หากพำนักในไทยไม่ถึง 180 วันในปีปฏิทินนั้น ๆ และรายได้ทั้งหมดเกิดขึ้นรวมถึงเก็บไว้ในต่างประเทศ อาจไม่ต้องเสียภาษีในไทย แต่หากพำนักเกิน 180 วัน อาจเข้าข่ายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีสำหรับรายได้ที่มาจากต่างประเทศ

Q: สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทยด้วยวีซ่า DTV ได้กี่ครั้งโดยไม่ต้องทำ Re-entry permit ?

A: วีซ่า DTV เป็นวีซ่าแบบเดินทางเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple-Entry) จึงสามารถเดินทางออกและกลับเข้าประเทศไทยได้ตลอดช่วงอายุวีซ่า 5 ปี โดยไม่ต้องขอทำ Re-entry permit เพิ่มเติม ตราบใดที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ

Q: การยื่นขอวีซ่า DTV ใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ?

A: ระยะเวลาดำเนินการจะขึ้นอยู่กับสถานทูตหรือสถานกงสุลแต่ละแห่งที่ยื่นเรื่อง ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงหลายสัปดาห์ ส่วนค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ประมาณ 400 USD

Q: วีซ่า DTV มีไว้สำหรับ Digital Nomad เท่านั้นหรือไม่ ?

A: กลุ่มเป้าหมายหลักคือ Digital Nomad และคนทำงานทางไกล แต่ก็ยังครอบคลุมถึงกลุ่มอื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เช่น ผู้ที่เดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power ของไทย อย่างคลาสเรียนทำอาหารไทย การฝึกมวยไทย หรือโปรแกรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ

Q: หากอยู่ในไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว จะสามารถเปลี่ยนเป็นวีซ่า DTV โดยไม่ต้องเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ ?

A: ไม่ได้ การยื่นขอวีซ่า DTV จะต้องดำเนินการจากนอกประเทศไทย ผ่านสถานทูตไทยหรือผ่านระบบ e-Visa เท่านั้น ไม่สามารถยื่นขอจากภายในประเทศไทยได้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อวิเคราะห์การใช้งาน ปรับแต่งเนื้อหา และพัฒนาการให้บริการของเรา การใช้งานเว็บไซต์ต่อหรือการปิดข้อความนี้ ถือว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัว.

Cookie Consent Preferences

Cookies are little bits of textual information which are used by the website to enhance user experience. Accept all cookies or choose which categories you want to allow.

Accept All
จัดการความเป็นส่วนตัว Save My Preferences