สรุปประเด็นสำคัญ
- กฎหมายกัญชาไทยล่าสุด ระบุว่าการใช้กัญชาเพื่อกิจกรรมนันทนาการไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยอีกต่อไป ช่อดอกกัญชาถูกจัดเป็นสมุนไพรควบคุม และอนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้นภายใต้ใบสั่งยาที่ถูกต้อง (แบบ พท. 33)
- นักท่องเที่ยวต้องได้รับการตรวจและได้รับใบสั่งยาจากแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ที่มีใบอนุญาตในไทย ก่อนทำการซื้อจากร้านกัญชาที่มีใบอนุญาต
- ห้ามสูบหรือเสพในที่สาธารณะ ห้ามโฆษณา ห้ามจำหน่ายออนไลน์ และห้ามจำหน่ายผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติทุกรูปแบบ
- ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC น้อยกว่า 0.2% เช่น สินค้า CBD บางประเภท ยังคงสามารถหาซื้อได้ แต่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
- บทลงโทษมีความเด็ดขาด การใช้เพื่อนันทนาการโดยไม่มีใบสั่งยามีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนการสูบในที่สาธารณะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท
- บุหรี่ไฟฟ้า (Vaping) ยังคงผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง โดยมีกฎหมายแยกต่างหาก
- กฎระเบียบใหม่มีการยกระดับการออกใบอนุญาตร้านกัญชาอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้ร้านค้าต้องดำเนินงานคล้ายกับสถานพยาบาล
- ห้ามนำกัญชาเข้าสนามบินและยานพาหนะเดินทางทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ส่วนการขนส่งระหว่างประเทศถือเป็นความผิดทางอาญาร้ายแรง
- หากกำลังมองหาที่พักที่เดินทางสะดวกเพื่อสัมผัสความสวยงามของภูเก็ต รีสอร์ทในป่าตองภูเก็ต และ โรงแรมป่าตอง พร้อมมอบการดูแลอย่างอบอุ่นและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการท่องเที่ยวอย่างราบรื่น
ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่โด่งดังเรื่องชายหาดอันงดงาม แสงสีเสียงยามค่ำคืน และวัฒนธรรมอันมีเสน่ห์ เช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวชั้นนำทั่วไป และแม้ว่าประเทศไทยเคยปลดล็อกกัญชาออกจากรายชื่อยาเสพติด ส่งผลให้เกิดร้านค้าและคาเฟ่กัญชาขึ้นมากมาย ทว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และกฎหมายกัญชาไทยล่าสุดได้ปรับเปลี่ยนให้ระเบียบข้อบังคับมีความเข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน
คู่มือฉบับนี้จะช่วยอธิบายถึงสถานะทางกฎหมายกัญชาในไทย ข้อจำกัดในการใช้งาน และแนวทางการปฏิบัติตาม ซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถเพลิดเพลินกับทริปภูเก็ตได้อย่างสบายใจ รวมถึงการปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสมเมื่อเข้าพักในโรงแรมย่านป่าตอง
สถานะทางกฎหมายกัญชาไทยล่าสุด กัญชาถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่ ?
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า กัญชาถูกกฎหมายในไทยไหม คำตอบคือ การอนุญาตถูกจำกัดไว้เฉพาะการใช้ทางการแพทย์เท่านั้น โดยช่อดอกกัญชา ซึ่งเป็นส่วนของพืชที่มีสาร THC เข้มข้นได้ถูกจัดให้เป็นสมุนไพรควบคุม ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นการยุติการเข้าถึงกัญชาเพื่อการใช้นันทนาการโดยสิ้นเชิง
ภายใต้ข้อกฎหมายนี้ ผู้ที่ต้องการซื้อช่อดอกกัญชาจะต้องมีใบสั่งยา (แบบ พท. 33) ที่ออกโดยแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในประเทศไทย ร้านค้าจะสามารถจำหน่ายให้แก่ผู้ที่แสดงใบสั่งยานี้เท่านั้น นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามการจำหน่ายเพื่อนันทนาการ ห้ามการขายออนไลน์ และห้ามการโฆษณากัญชาในทุกช่องทาง
นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎกระทรวงฉบับใหม่ เพื่อยกระดับเกณฑ์มาตรฐานของร้านจำหน่ายกัญชา โดยกำหนดให้ร้านค้าใหม่และร้านที่ต้องการต่อใบอนุญาต ต้องมีความเชื่อมโยงกับสถานพยาบาล หรือธุรกิจด้านสุขภาพ เช่น คลินิก ร้านขายยา หรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งยังต้องมีสถานที่จัดเก็บที่ได้มาตรฐาน มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมจากภาครัฐประจำอยู่ในเวลาทำการ และต้องติดตั้งระบบกำจัดกลิ่นและควัน สำหรับร้านค้าปลีกทั่วไปที่ไม่มีฐานด้านการแพทย์จึงไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้อีกต่อไป
ปัจจุบัน จำนวนร้านกัญชาในไทยได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และภาครัฐยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง เพื่อควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก และกำหนดบทลงโทษที่สูงขึ้นสำหรับผู้ฝ่าฝืน
สรุปสำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่ากัญชาเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรีหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ ฉะนั้น การซื้อ ครอบครอง และใช้ช่อดอกกัญชาเพื่อนันทนาการโดยไม่มีใบสั่งยาถือว่าผิดกฎหมาย
ข้อกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทยที่ควรรู้
แม้จะมีช่องทางสำหรับการใช้ทางการแพทย์ แต่นักท่องเที่ยวควรทำความเข้าใจข้อจำกัดสำคัญและความเสี่ยงทางกฎหมายกัญชาในไทย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
การครอบครองและการใช้ส่วนบุคคล
กัญชาทางการแพทย์ได้รับอนุญาตแต่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ต้องมีใบสั่งยาแบบ พท. 33 ที่ระบุอาการป่วยชัดเจน
- การใช้ช่อดอกกัญชาเพื่อนันทนาการทั่วไปโดยไม่มีใบสั่งยาถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย บทลงโทษสำหรับการครอบครองหรือใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568
- ผลิตภัณฑ์อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสาร THC ต่ำกว่า 0.2% เช่น สินค้า CBD บางประเภท อาจหาซื้อได้ แต่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดและอาจต้องใช้เอกสารทางการแพทย์ประกอบ
- การครอบครองช่อดอกกัญชาโดยไม่มีเอกสารทางการแพทย์ที่ถูกต้อง อาจถูกยึดของกลาง ปรับ และดำเนินคดีทางอาญา
ข้อจำกัดเรื่องอายุและการสูบในที่สาธารณะ
- ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ถึงจะสามารถครอบครองหรือใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- หลายคนสงสัยว่า สูบกัญชาในไทยได้ที่ไหนบ้าง ? คำตอบคือสามารถทำได้เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การสูบกัญชาในที่สาธารณะ รวมถึงบนชายหาด ถนน ร้านอาหาร และบาร์ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข มีโทษปรับสูงสุด 25,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
- นักท่องเที่ยวหลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อกัญชาหาซื้อได้ บุหรี่ไฟฟ้าก็น่าจะใช้ได้เช่นกัน ทว่าบุหรี่ไฟฟ้ายังคงผิดกฎหมายในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจปรับและดำเนินคดีหากพบการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่เกี่ยวกับกฎหมายกัญชา
กฎระเบียบสำหรับร้านขายกัญชาที่มีใบอนุญาต
- ช่อดอกกัญชาและผลิตภัณฑ์ที่มีสาร THC สูง สามารถจำหน่ายให้แก่ผู้ที่มีใบสั่งยาแบบ พท. 33 เท่านั้น
- ร้านค้าต้องจัดหาผลิตภัณฑ์จากผู้ปลูกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวที่ดี (GACP)
- ห้ามการจำหน่ายออนไลน์ ห้ามการโฆษณา และห้ามการจำหน่ายผ่านตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ
- ควรพกบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง พร้อมด้วยใบรับรองทางการแพทย์ พท. 33 และใบเสร็จรับเงินติดตัวไว้เสมอเมื่อมีผลิตภัณฑ์กัญชาไว้ในครอบครอง
ขั้นตอนการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้องในไทย
หากว่าคุณต้องการใช้กัญชาเพื่อการรักษา สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ใช้ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่ตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร และมีอาการป่วยที่เข้าเกณฑ์การรับการรักษาด้วยกัญชา
ขั้นตอนที่ 2: เข้ารับการตรวจที่คลินิกหรือร้านยาที่มีใบอนุญาต เดินทางไปคลินิกกัญชาหรือร้านจำหน่ายที่มีแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพประจำเป็นผู้ให้บริการ โดยสังเกตใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขที่แสดงไว้บริเวณทางเข้า
ขั้นตอนที่ 3: รับการปรึกษาทางการแพทย์ อธิบายอาการป่วย เช่น อาการปวดเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือคลื่นไส้ แพทย์จะทำการประเมิน และหากพิจารณาว่าเหมาะสม จะทำการออกใบสั่งยาแบบ พท. 33 ให้ อาจมีค่าธรรมเนียมการตรวจวินิจฉัย
ขั้นตอนที่ 4: ซื้อจากร้านค้าที่มีใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อมีเอกสาร พท. 33 ถึงจะสามารถซื้อช่อดอกกัญชา น้ำมัน THC ต่ำ หรือผลิตภัณฑ์ CBD ที่ได้รับการอนุมัติ และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์มีรายละเอียดสาร THC/CBD หมายเลขลอต วันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรอง GACP หรือ GMP พร้อมเก็บใบเสร็จและเอกสารทางการแพทย์ไว้กับตัวตลอดเวลา
ขั้นตอนที่ 5: ใช้ในพื้นที่ส่วนตัวอย่างมีความรับผิดชอบ จำกัดการใช้ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น และต้องปฏิบัติตามกฎของที่พัก โรงแรมหลายแห่งในภูเก็ตมีนโยบายห้ามสูบในห้องพักและอาจมีค่าปรับหากฝ่าฝืน นอกจากนี้ ห้ามขับขี่พาหนะ ดำน้ำ หรือเล่นกีฬาทางน้ำขณะใช้กัญชาเด็ดขาด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
การซื้อขายจากพ่อค้าหาบเร่หรือผู้ขายที่ไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย การอุดหนุนแหล่งขายที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและไม่มีหลักประกันด้านความปลอดภัย แนะนำว่าห้ามรับสินค้าทดลองฟรีหรือสินค้าที่ไม่ระบุระดับ THC ที่ชัดเจน เพราะกฎหมายกำกับดูแลเรื่องฉลากและแหล่งที่มาอย่างเคร่งครัด หากมีใครถามว่ากัญชาสามารถหาซื้อตามริมถนนทั่วไปได้หรือไม่ คำตอบคือไม่ได้เด็ดขาด
กฎการเดินทาง: กัญชากับการขนส่ง
หลายคนถามว่า สามารถนำกัญชาขึ้นเครื่องบินในไทยได้ไหม ? คำตอบคือ ไม่แนะนำอย่างยิ่งและมีข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก โดยมีข้อห้ามดังต่อไปนี้
- ห้ามนำกัญชาเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศไทยโดยเด็ดขาด ด่านศุลกากรท่าอากาศยานมีมาตรการห้ามนำเข้าและส่งออกกัญชาอย่างเคร่งครัด แม้จะมีใบสั่งยาทางการแพทย์ก็ตาม
- สำหรับการเดินทางภายในประเทศ หากจำเป็นต้องเดินทางพร้อมกัญชาทางการแพทย์ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีใบสั่งยา แบบ พท. 33 และใบเสร็จรับเงินฉบับจริงติดตัวไว้เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละสายการบินและสนามบินอาจมีข้อบังคับเฉพาะเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบก่อนเดินทาง
- การนำกัญชาเข้ามาในประเทศไทยจากต่างประเทศ ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะมีใบสั่งยาจากประเทศต้นทางก็ตาม
- การนำกัญชาออกจากประเทศไทย ถือเป็นความผิดทางอาญา ทั้งด้านศุลกากร ยาเสพติด และสมุนไพรควบคุม
- บทลงโทษสำหรับการขนส่งข้ามแดน มีตั้งแต่การถูกจับกุม ดำเนินคดี จำคุก และหากเป็นชาวต่างชาติอาจถูกเนรเทศออกนอกประเทศ
สถานบันเทิงยามค่ำคืน ชายหาด และพื้นที่สาธารณะ
ย่านท่องเที่ยวของภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณหาดป่าตอง ยังคงเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา แม้จะมีร้านค้ากัญชาตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยว แต่การเสพหรือสูบในพื้นที่สาธารณะถือเป็นข้อห้ามและมีบทลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การใช้กัญชาร่วมกับแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาทางน้ำ การดำน้ำ หรือการขับขี่พาหนะ เป็นเรื่องอันตรายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวรวมถึงภูเก็ต ได้มีการเสนอแนวทางจัดโซนนิ่งเพื่อจำกัดพื้นที่ซื้อขายกัญชา จึงควรสังเกตป้ายเตือนและปฏิบัติตามกฎของแต่ละท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

พักผ่อนในป่าตอง ทำเลสะดวกสบายสำหรับทุกทริป
หากกำลังวางแผนมาเที่ยวภูเก็ต การเลือกพักในย่านหาดป่าตองจะช่วยให้เดินทางไปยังจุดท่องเที่ยว คลินิก ร้านอาหาร และแหล่งความบันเทิงได้อย่างสะดวกสบาย หากมองหาความผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ รีสอร์ท ป่าตองภูเก็ต อย่างโรงแรมดีวาน่า ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ สปา พร้อมมอบการพักผ่อนที่แสนสบาย อีกทั้งทีมพนักงานต้อนรับยังยินดีให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
และสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายใจกลางเมือง โรงแรมป่าตอง อย่าง โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง ก็พร้อมมอบความอุ่นใจด้วยทำเลที่ตั้งระดับไพรม์โลเคชัน อยู่ใกล้หาดป่าตอง ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย การมีที่พักที่อยู่ในทำเลที่ดีจะช่วยให้การออกไปสัมผัสชายหาด วัดวาอาราม อาหารอร่อย และวัฒนธรรมของภูเก็ตได้อย่างสะดวกสบาย และการอัปเดตข้อมูลกฎหมายกัญชาไทยล่าสุดยังจะช่วยให้ทริปนี้เต็มไปด้วยความปลอดภัยและได้รับความทรงจำอันแสนประทับใจ
คุ้มค่ากว่าเมื่อสมัครสมาชิก DHR Preferred Guest
วางแผนพักผ่อนระยะยาวหรือมีแพลนกลับมาเยือนภูเก็ต สามารถสมัครสมาชิก DHR Preferred Guest จาก เครือโรงแรมและรีสอร์ท ดีวาน่า (Deevana Hotels & Resorts) เพื่อรับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษในทุกการเข้าพัก ดังนี้
- การเป็นสมาชิกไม่มีค่าธรรมเนียม และสามารถใช้เป็นส่วนลดได้ในครั้งแรกที่สมัคร
- ส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 25% สำหรับค่าห้องพัก
- สิทธิ์การจัดสรรห้องพักก่อน (เมื่อมีห้องว่าง)
- บริการเลตเช็กเอาต์ (Late check-out) ได้จนถึง 16:00 น. ขึ้นอยู่กับห้องว่าง ณ วันเข้าพัก
- ยกเลิกการจองโดยไม่มีค่าธรรมเนียม เมื่อแจ้งล่วงหน้า 1 วัน
- รับส่วนลด 20% สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มราคาปกติ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเมนูอาหารราคาพิเศษ)
- รับส่วนลด 20% สำหรับบริการซักรีด
- ส่วนลด 30% สำหรับบริการที่ โอเรียนทาลา สปา (Orientala Spa)
- สิทธิ์อัปเกรดห้องพัก ขึ้นอยู่กับห้องว่าง
สมัครสมาชิก DHR Preferred Guest เพื่อรับสิทธิประโยชน์ คลิกที่นี่
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer): บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายกัญชาในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อบังคับล่าสุดจากแหล่งข้อมูลทางการของรัฐบาลไทยก่อนทำการซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาหรือเดินทางมายังประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายกัญชาในไทย (FAQs)
Q: กัญชาผิดกฎหมายในไทยไหม สำหรับการใช้เพื่อนันทนาการ ?
A: ช่อดอกกัญชาเพื่อการนันทนาการถือว่าไม่ได้รับอนุญาต กัญชาถูกจัดเป็นสมุนไพรควบคุม และอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น โดยต้องมีใบสั่งยา (แบบ พท. 33) ที่ถูกต้องจากแพทย์ที่มีใบอนุญาตในประเทศไทย
Q: ต้องใช้ใบสั่งยาเพื่อซื้อกัญชาหรือไม่ ?
A: จำเป็นต้องมี หากต้องการซื้อช่อดอกกัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องมีใบรับรองทางการแพทย์และใบสั่งยาแบบ พท. 33 ออกโดยแพทย์ที่มีใบอนุญาตในไทย ซึ่งจะอนุญาตให้ซื้อได้ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการรักษา
Q: จะเกิดอะไรขึ้นหากซื้อกัญชาจากผู้ขายที่ไม่มีใบอนุญาต ?
A: การซื้อกัญชาจากผู้ขายริมถนนหรือร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 20,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
Q: ขนมหรืออาหารผสมกัญชา ถูกกฎหมายในไทยไหม ?
A: ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสาร THC ต่ำกว่า 0.2% อาจสามารถจำหน่ายได้ผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาต ส่วนอาหารหรือขนมที่มีสาร THC สูงถือเป็นสินค้าควบคุมและต้องใช้ใบสั่งยาทางการแพทย์เท่านั้น
Q: สามารถสูบกัญชาในห้องพักโรงแรมได้หรือไม่ ?
A: การสูบในพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อีกทั้งโรงแรมส่วนใหญ่ในภูเก็ตมีนโยบายห้ามสูบและห้ามใช้กัญชาในห้องพัก และจะมีการเรียกเก็บค่าบริการทำความสะอาดพิเศษหากพบว่ามีการฝ่าฝืน
Q: นำกัญชาขึ้นเครื่องบินในไทยได้ไหม สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ ?
A: ไม่มีข้อกำหนดที่อนุญาตใหม่อย่างชัดเจนสำหรับการนำกัญชาขึ้นเครื่องบิน หากมีใบสั่งยา พท. 33 และใบเสร็จฉบับจริง อาจอนุญาตให้พกพาปริมาณเล็กน้อยเพื่อการรักษาได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของสายการบินและท่าอากาศยานนั้น ๆ ส่วนการพกพากัญชาเดินทางระหว่างประเทศถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาดและผิดกฎหมายร้ายแรง
Q: กัญชาจะถูกดึงกลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ ?
A: ภาครัฐได้แสดงเจตนารมณ์ในการกำกับดูแลกัญชาอย่างเข้มงวด โดยขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง อยู่ระหว่างการพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน เพื่อวางกรอบการควบคุมที่รัดกุมยิ่งขึ้น กฎระเบียบจึงอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต










